สุขกันเถอะเรา
บรรยากาศลมพริ้ว เย็น..ชื่นใจอย่างนี้
มันน่านอนแทรกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอีกสัก 2-3 ชั่วโมง
แต่ ต้องถีบตัวเองให้ลุกขึ้น งัวเงีย ขี้ตา
อาบน้ำ แต่งตัว ให้อาหารแมว แล้วก็จรลี ติ๊ดตี่ ติ๊ดตี่
วันนี้ออกจากบ้านสายกว่าที่เคย ไม่มีรถเมล์เล้ย ทำงัยดี
รอสักพัก มีมา 1 คัน สาย 356 ได้ไปซะที สายกว่านี้
อาจจะโดนหักตังค์ได้ แต่วันนี้การจราจร สะดวกสบายมาก
ไม่ถึง 20 นาที ก็มาถึงที่ทำงานละ วันอื่นๆน่าจะเป็นอย่างนี้บ้างน๊า
รีบเคลียร์งานเสร็จตั้งแต่ยังไม่เที่ยงเลย พอบ่ายมา ก็เริ่มเบื่อ
เพราะมันว่างเกินไป ไม่รู้ว่าเค้าจะให้เรามาทำงานวันเสาร์กันทำไม
ให้เปลืองไฟเปล่าๆ
อิจฉาคนที่ได้หยุดเสาร์ - อาทิตย์ ที่สุดเลย
มีเวลาที่จะได้ทำอะไร ไปโน่น มานี่ ได้สบายกว่า
หยุดวันเดียว แค่นอนยังไม่พอเลย ไหนจะทำอื่นๆอีกมากมาย
บ่นไป บ่นไป ยังงัยก็ต้องทำงานอยู่ดีแหละ ดีกว่าไม่มีงานทำเยอะ
หาความสุขกับสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็นดีกว่า
เรื่องบางเรื่องเราบังคับ หรือกำหนดกะเกณฑ์อะไรไม่ได้หรอก
ต้องยอมรับ เข้าใจ และมีความสุขกับมันให้มากที่สุดดีกว่า
" อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด "
finoya
6 ธ.ค. 2551 เวลา 14:54 น.